นิยามคำว่า “แม่”

สิงหาคม 10, 2008 at 2:44 pm | In ประวัติวันแม่ | Leave a Comment
Tags:

นิยามคำว่า “แม่”

สตรีใด ไหนเล่า เท่าเธอนี้
เป็นผู้ที่ ลูกทุกคน บ่นรู้จัก
เป็นผู้ที่ มีพระคุณ การุณนัก
เป็นผู้ที่ สร้างความรัก สอนความดี
เป็นผู้ที่ คอยสั่งสอน เอาใจใส่
คอยห่วงใย เราทุกคน จนวันนี้
เปรียบแสงทอง สว่างล้ำ นำชีวี
เธอคนนี้ คือ ”แม่” ของเราเอง

ค่าน้ำนม

วันเกิดเราเป็นดั่งวันสิ้นลมแม่
เจ็บปวดแท้ดั่งน้ำตาพาจะไหล
สองมือออบโอบอุ้มแกว่งเปล
น้ำนมเลี้ยงอุ้มชูให้เติบใหญ่มา
แม่เปรียบดั่งยารักษายามป่วยไข้
แม่เปรียบดั่งต้นไม้ใหญ่ร่มใบหนา
แม่เปรียบดั่งดวงตะวันส่องแสงมา
แม่เปรียบดั่งผ้าห่มหนาอบอุ่นกาย
เปรียบดั่งพระในบ้านชี้แนะลูก
สถิตย์ถูกอยู่กลางใจไม่ไปไหน
กตัญญูตอนนี้ยังไม่สายไป
ก่อนแม่ไซร้หลับตาไปไม่ลืมเอย

หัวใจของแม่

มือน้อยน้อยแม่คอยอุ้มชู แม่เฝ้ามองดูไม่ห่างไปไหน
แม่เฝ้าปลอบขวัญยามลูกหลับไหล ไม่ยอมห่างไกลไปจากสายตา
มือน้อยน้อยของแม่ล้ำค่า อุ้มชูลูกมาจากเล็กเด็กแดง
ยามลูกเติบใหญ่ด้วยน้ำพักน้ำแรง ด้วยใจที่แกร่งของแม่ถักทอ

ของขวัญให้แม่

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ไม่คิดลวงหลอกเราให้ช้ำจิต
แม่เองต้องผ่ายผอมยอมอุทิศ กว่าจะได้หนึ่งชีวิตคือตัวเรา
แล้วทำไมไม่คิดตอบแทนบ้าง ปล่อยให้แม่อ้างว้างแสนสุดเหงา
ทำอาหารรอไว้จะให้เรา แต่ตัวเราทิ้งแม่ไว้คนเดียว
ให้ของขวัญวันแม่นับแต่นี้ โดยทำดีต่อแม่ก่อนแก่เฒ่า
ให้ท่านได้ประจักษ์รักของเรา ดีกว่าเฝ้าทำบุญให้เมื่อวายชนม์

พลังอันยิ่งใหญ่

แม่รักฟูมฟักลูก ชี้ทางถูกช่วยปลูกฝัง
มือแม่มีพลัง หวังลูกเป็นเช่นคนดี
กอดใครไม่อุ่นเหมือน แม่ดุจเพื่อนเกลื่อนปรานี
ห่วงใยไร้ราคี มีแต่เฝ้าเนาอาทร
ลูกทุกข์แม่ปลุกปลอบ แม่ยังมอบคำสั่งสอน
หวังลูกสุขอมร พรของแม่แผ่เมตตา
“วันแม่” กลางแดนั้น ทุกทุกวันมั่นบูชา
กราบกรานมิ่งมารดา จ้าแจ่มซึ้งซึ่งพระคุณ

คำสอนของแม่

ยามที่แม่พร่ำวอนสั่งสอนลูก เรื่องผิดถูกลูกก็ว่าแม่จู้จี้
ต่อเมื่อลูกเติบใหญ่จึงได้ดี เพราะคำที่แม่พูดไว้ไม่ผิดคำ
เมื่อยังเด็กลูกไม่เห็นคุณค่าแม่ เป็นบาปแท้ที่ลูกเถียงแม่เช้าค่ำ
ลูกกระทำความผิดนี้ประจำ ขอกล่าวคำขอโทษโปรดอภัย

กว่าจะได้เป็นแม่

เมื่อรู้ว่าตัวเธอนั้นตั้งท้อง เฝ้าประคองด้วยใจที่มุ่งหวัง
สิ่งที่ชอบเผ็ดร้อนเธอระวัง เพื่อปกกันลูกน้อยจะกระเทือน
แม้ไม่รู้ว่าจะชายหรือหญิง เธอประวิงเฝ้านับครบวันเคลื่อน
แม้จะเจ็บจะกลัวตัดทั้งปวง เธอปลื้มทรวงเสียงแว้แรกเริ่มดัง
เริ่มตั้งไข่ใจพองประคองลูก ความพันผูกแนบแน่นสุดขานไข
เริ่มหัดเดินหัดพูดแม่สุขใจ ก้าวแรกได้ให้ลูกด้วยผูกพัน
แม่เป็นครูคนแรกของชีวิต ชี้ถูกผิดให้ลูกรู้ด้วยความฝัน
เติบโตใหญ่รวยจนไม่สำคัญ ขอลูกฉันเป็นคนดีของสังคม
มาวันนี้แม่เริ่มแก่ชราล้า แม่มองหาลูกทุกคนอยู่ที่ไหน
จากอกแม่ลืมแม่ไม่ห่วงใย ถึงเศร้าใจแต่แม่ไม่โกรธเคือง
ถ้าใครยังมีแม่ขอเชิญเถิด กราบเท้าเทิดบาทแม่ประเสริฐเหลือ
กตัญญูรู้คุณบุญคุ้มตัว แม้สิ่งชั่วต้องแพ้พ่ายกตเวทิตาคุณ

แม่…แม่

รักของแม่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งไหน หาสิ่งใดมาเทียบมิได้หนา
ตั้งแต่แม่ตั้งท้องคลอดลูกยา อีกน้ำนมของมารดาให้ลูกกิน
แม่ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกน้อย แม่เฝ้าคอยพัดวีให้ลูกสิ้น
แม่ยอมอดเมื่อให้ลูกนั้นได้กิน แม่ยลยินลูกน้อยดั่งกลอยใจ

คำสอนของแม่

สิงหาคม 10, 2008 at 2:41 pm | In คำแม่สอน | Leave a Comment
Tags:

คำสอนของแม่

แม่คงสอนให้ลูกฉลาดไม่ได้.
ลูกต้องเรียนรู้และฉลาดด้วยไหวพริบ และกึ๋นของลูกเอง

แม่อยากให้ลูกคิดและมองโลกในแง่ดี.
อย่าคิดว่าใต้ฟ้านี้มีแต่เรื่องทำไม่ได้ เป็นไม่ได้
หัดคิดให้เป็นบวกไว้แหละดี

แม่อยากให้ลูกหัดฝัน.
เมื่อไรลูกฝันเป็น ไม่ว่าจะเป็นใฝ่ฝัน
หรือความฝัน ลูกจะรู้ว่าโลกนี้มันน่าอยู่เพียงไหน

แม่อยากให้ลูกพูดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องสวยงาม.
จงเป็นคนสุดท้ายที่ให้ร้ายคนอื่น และจงเป็นคนแรก
ที่ให้กำลังใจ และชื่นชม

แม่อยากให้ลูกทำเรื่องแปลกๆ.
ลูกไม่จำเป็นต้องเดินตามชีวิตประจำวันของใคร
อย่าเก็บความคิดแปลก เพียงเพราะเห็นว่ามันไม่เหมือนใคร

แม่อยากสอนให้ลูกกล้าแดด กล้าฝน.
เพราะภายใต้ไออุ่นของดวงอาทิตย์ลูกจะได้รับวิตามินดี
และภายใต้ฟ้าที่มีฝน มันจะทำให้ลูกร้องไห้โดยไม่มีใครเห็นน้ำตา

แม่อยากสอนให้ลูกออกกำลังกายทุกวัน.
อย่างน้อยคนเราก็ต้องเคลื่อนไหวทะมัดทะแมง
ลูกได้ออกแรงเสียบ้าง ลูกจะแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ

แม่อยากให้ลูกยิ้ม และอยู่กับโลกด้วยความรัก.
ยิ้มอาจจะไม่ชนะทุกสิ่ง ยิ้มมากๆอาจจะดูเหมือนคนบ้า
แต่มันก็ดีกว่าหน้าบึ้งหน้างอเป็นไหนๆ

แม่อยากสอนให้ลูกรู้จักอดทน.
ลูกต้องเรียนรู้ว่าลูกไม่มีทางได้ทุกๆอย่างที่ลูกหวังไว้
อดทนและอย่าได้เสียกำลังใจ อย่าท้อและขอให้เริ่มใหม่อย่างมีพลัง

แม่อยากสอนให้ลูกเขย่งขาขึ้นให้สูง.
ไม่มีอะไรที่สูงไปกว่าสองมือเราจะเอื้อมคว้า
เพียงแค่ว่าเรายืนยันที่จะไม่ยืนอยู่กับที่

แม่อยากสอนให้เจ้ามีความสุข.แต่อย่าลืมทุกข์ด้วยล่ะลูก
คนที่ไม่เคยมีความทุกข์ เขาสุขจริงๆไม่เป็นหรอก เจ้าเอย

ไอคิวมันติดมาแต่บนฟ้าลูกจ๋า ไม่ฉลาดก็มีความสุขได้ไม่ต้องห่วง
อย่าน้อยใจถ้าตามใครเขาไม่ทัน อย่าเสียขวัญถ้าเราช้ากว่าใครๆ
อีคิวมันต้องหาเองบนโลกนี้ลูกเอ๋ย ไม่ฉลาดก็น่ารักและมีความสุขได้

“อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุง ลูกมีกำลังใจเป็นถุงจากแม่ ไม่ต้องกลัว”

รักแม่ กลอนของแม่

สิงหาคม 10, 2008 at 2:40 pm | In กลอนวันแม่ | Leave a Comment
Tags:

ถ้ามีใครซักคน…ที่อดทนทุกเวลา
พร้อมยอมเหนื่อยล้า…เพื่อเราโดยไม่เกรง
ถ้ามีใครซักคน…ที่ยอมรักความเจ็บไว้เอง
คิดถึงตัวเอง…ไม่เท่าไร

ถ้ามีใครซักคน…ที่ตีเราทั้งน้ำตา
แล้วก็เป็นคน…ที่ทายาให้เรา
ถ้ามีใครซักคน…ที่คอยเช็ดตัวให้ทุเลา…ค่ำคืนที่เราไม่สบาย

ร้อยล้านความผิดของเรา…ที่ใครเขาไม่ใยดี
มีคนคนนี้…คนเดียวที่ให้อภัย
ปากบ่นว่าแสนระอา…ว่าเราไม่ดีเท่าใคร
แต่ในใจ…ก็รักไม่เปลี่ยน

กลั่นเม็ดเลือดเม็ดน้อยนับร้อยหยด
จนปรากฎเป็นหยดนมรสกลมกล่อม
เพื่อหล่อเลี้ยงทารกน้อยค่อยอดออม
เฝ้าถนอมฟูมฟักรักเมตตา
วันเปลี่ยนวันเดือนเปลี่ยนเดือนหมุนเคลื่อนคล้อย
จากเด็กน้อยเริ่มมีแรงเริ่มแข็งกล้า
ค่อยสอนเดินสอนทำสอนคำจา
สอนปัญญาสอนวิชาสารพัน
ทารกน้อยวันนี้เห็นเป็นผู้ใหญ่
แม่ภูมิใจในผลงานการสร้างสรรค์
ความเหน็ดเหนื่อยกายใจหายไปพลัน
เมื่อถึงวันลูกได้รับปริญญา
วันนี้ลูกของแม่สุขถ้วนทั่ว
มีครอบครัวอยู่เย็นเป็นฝั่งฝา
แม่คนนี้ย่างเข้าสู่วัยชรา
รอเวลาสู่กองฟอนตอนสิ้นใจ
วันเอยวันแม่
สองตาแลหม่นหมองอยากร้องไห้
บ้านแม่อยู่วันนี้ไม่มีใคร
มีแต่ไก่กับหมาที่สีมอซอ
อยากฝากดาวถามฟ้าหาลูกรัก
ใครรู้จักบอกให้ได้ไหมหนอ
แม่ชราผู้อยู่หลังยังเฝ้ารอ
บอกอยากขอเห็นหน้าอีกคราเอย

กลอนน่ารัก วันแม่ แด่แม่

สิงหาคม 10, 2008 at 2:39 pm | In กลอนวันแม่ | Leave a Comment
Tags:

กลอนน่ารัก วันแม่ แด่แม่ เพื่อ แม่ของฉันในวันแม่

โอ้แม่ของลูก ใจผูกพันนัก
ด้วยรักสุดฝืน ผ้าผืนน้อยน้อย
ที่คอยเปลี่ยนให้ เจ็บไข้ได้ป่วย
แม่ช่วยดูแล นับแต่เกิดมา
แม่หาใดจัก ลูกรักแม่จ๋า

โอ้แม่ของลูกเราผูกพันนัก
เป็นที่พิงพักเป็นหลักปักไว้
จูโมนี้ไซร้ขอไว้อาลัย
ถ้าแม่จากไปเมื่อใดก็ตาม

วันที่ฉันเกิด เกิดเป็นคนผู้หนึ่ง
มีคนผู้ซึ่ง แสนทุกข์ทรมาน
แม่เรานั่นไง เสียเลือดเนื้อเท่าไหร
ขอเพียงลูกได้ กำเนิดมา
ไม่บนทนเจ็บ เพียงเพราะรักลูกยา
พระคุณมารดา เกินจดจำ

คิดถึงแม่และคิดถึง
คิดคำนึงถึงแม่คำนึงหา
คึดถึงแม่ตลอดมา
คุณแม่ขาแม่อยู่แห่งหนใด

หัตถาของแม่นี้ แลดู
หัตถาแม่อุ้มชู ลูกรัก
แม่เรานี้คือครู สั่งสอน
แม่นี้คือที่พัก ให้เรา อุ่นใจ

โคลงนี้ไม่ได้แต่งตามแบบฉันทลักษณ์
แต่มาจากข้างใน ของลูกทุกคน

บอกว่ารักรักแม่มากเพียงใด
บอกเท่าไรบอกได้ไม่เทียมเท่า
โอบอุ้มฟ้ามหาสมุทรและขุนเขา
ไม่เทียบเท่าในพระคุณที่ท่านมี

รักใดใดในโลกเหมือนร้าย
ชอบทำลายยามรักเขาหักเสีย
แสนปวดใจใจทรุดสุดอ่อนเพลีย
มือใครเนี่ยช่างละมุนอุ่นเหลือเกิน ?

ใครมารักรักเราไม่เท่าแม่
ท่านดูแลจนเรานั้นเติบใหญ่
แม่เราทุกข์หรือสุขสักเท่าใด
เรามีกำลังใจคือมารดา

มวลมาลาร้อยกรองใบตองหุ้ม
ใส่มือกุมก้มประนมภิรมย์ชื่น
สำนึกคุณสุนทราในทุกคืน
ที่แม่ยื่นหยิบให้ด้วยใจมา

จะรักใครควรรักอย่างปักษ์ปก
ครั้นทารกยังเล็กเป็นเด็กน้อย
ยังตัวเล็กตัวนิดใจเป็นร้อย
แม้นจ้อยร่อยกลอยใจร้องไห้โฮ

ครั้นเราเติบโตทั้งร่างจนกายใหญ่
จะคิดไปถึงโกรธแม่โกรธโมโห
แค่พอครั้นร่างใหญ่กายเติบโต
บันดาลโทสะลดร่อยลงมา

น้ำฝนรินหลั่งดุจดังรักแม่
ชโลมดวงแดรักแน่ปักใจ
คุณงามความดีแม่มีมากมาย
ผองลูกทั้งหลายมั่นหมายแทนคุณ
เพราะว่ารักแท้ที่แม่เกื้อหนุน
เมตตาการุณค้ำจุนลูกยา
ก้มกราบที่ตักบอกรักมารดา
ลูกขอสัญญาจะเป็นคนดี

กลอน วันแม่ ครับ

สิงหาคม 10, 2008 at 2:37 pm | In กลอนวันแม่ | Leave a Comment
Tags: ,

กลอนวันแม่

….แม่รักฟูมฟักลูก……………ชี้ทางถูกช่วยปลูกฝัง
มือแม่มีพลัง…………………..หวังลูกเป็นเช่นคนดี

…..กอดใครไม่อุ่นเหมือน…..แม่ดุจเพื่อนเกลื่อนปรานี
ห่วงใยไร้ราคี…………………มีแต่เฝ้าเนาอาทร

….ลูกทุกข์แม่ปลุกปลอบ…….แม่ยังมอบคำสั่งสอน
หวังลูกสุขอมร………………..พรของแม่แผ่เมตตา

…..”วันแม่”กลางแดนั้น……..ทุกทุกวันมั่นบูชา
กราบกรานมิ่งมารดา…………จ้าแจ่มซึ้งซึ่งพระคุณ

พ่อแม่ก็แก่เฒ่า จำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพาน เพียงเสี้ยววานของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน ย่อมร้าวรานสลายไป
ขอเถิดถ้าสงสาร อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่า เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
เมื่อยามเจ้าโกรธขึง ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องให้ยามป่วยไข้ ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่ แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ผล เติบโตจนสง่างาม
ขอโทษถ้าทำผิด ขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความ หวังติดตามช่วยอวยชัย
ต้นไม้ที่ใกล้ฝัง มี หรือหวังอยู่ทนได้
วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง

When you feel that there is no love.

There is always someone who will always love you.

The one who will always have good wills for you

and always be ready to give you a warm hug.

The one whom you don’t have to search or wait for like the destiny.

Do you know who is this person.

“Your Mom”

ดอกเอ๋ยดอกมะลิ

ถึงยามผลิตกลิ่นพราวสกาวต้น

สดสะอาดปราศสีราคีระคน

เหมือนกมลใสสดหมดระคาย

กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง

เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย

อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย

ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย

กลอนวันแม่

กลอนวันแม่ 12 สิงหาคม

สิงหาคม 10, 2008 at 2:36 pm | In กลอนวันแม่ | Leave a Comment
Tags:

กลอนวันแม่ 12 สิงหาคม

……..สตรีใด…….ไหนเล่า………..เท่าเธอนี้
เป็นผู้ที่ …………..ลูกทุกคน………บ่นรู้จัก
เป็นผู้ที่ ……………มีพระคุณ………การุณนัก
เป็นผู้ที่ …………..สร้างความรัก…..สอนความดี
เป็นผู้ที่……………คอยสั่งสอน…….เอาใจใส่
คอยห่วงใย….……เราทุกคน………จนวันนี้
เปรียบแสงทอง……สว่างล้ำ……….นำชีวี
เธอคนนี้…………..คือ ” แม่ ”……..ของเราเอง

………วันเกิดเราเป็นดั่งวันสิ้นลมแม่
….เจ็บปวดแท้ดั่งน้ำตาพาจะไหล
….สองมือออบโอบอุ้มแกว่งเปล
….น้ำนมเลี้ยงอุ้มชูให้เติบใหญ่มา
…แม่เปรียบดั่งยารักษายามป่วยไข้
….แม่เปรียบดั่งต้นไม้ใหญ่ร่มใบหนา
….แม่เปรียบดั่งดวงตะวันส่องแสงมา
…แม่เปรียบดั่งผ้าห่มหนาอบอุ่นกาย
…เปรียบดั่งพระในบ้านชี้แนะลูก
….สถิตย์ถูกอยู่กลางใจไม่ไปไหน
….กตัญญูตอนนี้ยังไม่สายไป
….ก่อนแม่ไซร้หลับตาไปไม่ลืมเอย

มือน้อยน้อยแม่คอยอุ้มชู……… แม่เฝ้ามองดูไม่ห่างไปไหน
แม่เฝ้าปลอบขวัญยามลูกหลับไหล ม่ยอมห่างไกลไปจากสายตา
มือน้อยน้อยของแม่ล้ำค่า ……….. อุ้มชูลูกมาจากเล็กเด็กแดง
ยามลูกเติบใหญ่ด้วยน้ำพักน้ำแรง ด้วยใจที่แกร่งของแม่ถักทอ

……แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
ไม่คิดลวงหลอกเราให้ช้ำจิต
แม่เองต้องผ่ายผอมยอมอุทิศ
กว่าจะได้หนึ่งชีวิตคือตัวเรา

…………………………………..

แล้วทำไมไม่คิดตอบแทนบ้าง
ปล่อยให้แม่อ้างว้างแสนสุดเหงา
ทำอาหารรอไว้จะให้เรา
แต่ตัวเราทิ้งแม่ไว้คนเดียว

ให้ของขวัญวันแม่นับแต่นี้
โดยทำดีต่อแม่ก่อนแก่เฒ่า
ให้ท่านได้ประจักษ์รักของเรา
ดีกว่าเฝ้าทำบุญให้เมื่อวายชนม์

ประวัติวันแม่ และความหมายของดอกมะลิ

สิงหาคม 10, 2008 at 2:35 pm | In ประวัติวันแม่ | Leave a Comment
Tags:

ประวัติวันแม่ และความหมายของดอกมะลิ

ประวัติวันแม่ และความหมายของดอกมะลิ

แม่…คำนี้มีอานุภาพยิ่งใหญ่ในใจลูกทุกคน จนยากที่จะเปรียบเทียบได้กับทุกสรรพสิ่งในโลก ดังคำขวัญที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานไว้ว่า “แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก คนที่เที่ยววิ่งหาพระเพื่อกราบไหว้พระอรหันต์ อย่าลืมว่ามีพระอรหันต์อยู่กับตัวแล้ว ควรปฏิบัติต่อแม่อย่าให้บกพร่องได้” พระคุณของแม่อันประกอบไปด้วยความรักที่มีต่อลูกอย่างสุดหัวใจเช่นนี้ คงไม่ยากจนเกินไปนัก หากเอ่ยคำว่า “รัก” ให้แม่ได้ชื่นใจบ้าง เพราะคุณอาจโชคดีกว่าหลาย ๆ คนที่ได้เพียงแต่รำลึกถึงพระคุณแม่ผ่านภาพและเงาที่ตราตรึงไว้ในความทรงจำเท่านั้นว่า “ลูกรักแม่”

ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้านหรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย…

ชื่อ :.. มะลิ มะลิลา มะลิหลวง มะลิซ้อน
ชื่อวิทยาศาสตร์ และชื่อพฤกษศาสตร์ :.. Jusminum adenophyllum.
วงศ์ :.. OLEACEAE
ชื่อสามัญ :..
-
ถิ่นกำเนิด :.. -
ลักษณะทั่วไป :.. เป็นพรรณไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ลำต้นสูงประมาณ 5 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกเป็นคู่ ไปตามก้านต้นลักษณะใบป้อมมน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบไม่มีจัก ผิวใบเรียบสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบยาว 2-3 นิ้ว มีดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นช่อตามปลายยอดหรือปลายกิ่งประมาณ 3-5 ดอก แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ดอกมีสีขาวกลิ่นหอม มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน ออกดอกตลอดปี
การขยายพันธุ์ :.. เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง ปลูกในดินร่วนซุย ขยายพันธุ์โดยการปักชำ หรือตอนกิ่ง
สรรพคุณทางยา :.. มะลินอกจากจะมีกลิ่นหอมไว้ดมแล้ว มะลิดอกแห้งใช้ปรุงเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี

เพลงกล่อมเด็ก

สิงหาคม 10, 2008 at 2:34 pm | In เพลงกล่อมเด็ก | Leave a Comment
Tags:

เพลงกล่อมเด็ก

เป็นเพลงที่มีเนื้อความสั้น ๆ ร้องง่าย ชาวบ้านในอดีตมักร้องกันได้ เนื่องจากได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เกิด คือได้ฟังพ่อแม่ร้องกล่อมตนเอง น้อง หลาน ฯลฯ เมื่อมีลูกก็มักร้องกล่อมลูก จึงเป็นเพลงที่ร้องกันได้เป็นส่วนมาก เราจึงพบว่าเพลงกล่อมเด็กมีอยู่ทุกภูมิภาคของไทย และเป็นวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็กในสังคมไทย ซึ่งหากศึกษาจะพบว่า 1.เพลงกล่อมเด็กมีหน้าที่กล่อมให้เด็กหลับโดยตรง ดังนั้นจึงเป็นเพลงที่มีทำนองฟังสบาย แสดงความรักใคร่ห่วงใยของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก
2.เพลงกล่อมเด็กมีหน้าที่แอบแฝงหลายประการ อาทิ
-การสอนภาษา เพื่อให้เด็กออกเสียงต่าง ๆ ได้โดยการหัดเลียนเสียง และออกเสียงต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

-ถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ ได้แก่ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ การดำเนินชีวิต การทำมาหากินของสังคมตนเอง การสร้างค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งการระบายอารมณ์และความในใจของผู้ร้อง

นอกจากนี้พบว่า ส่วนมากแล้วเพลงกล่อมเด็ก มักมีใจความแสดงถึงความรักใคร่ห่วงใยลูก ซึ่งความรักและความห่วงใยนี้ แสดงออกมาในรูปของการทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเก็บเด็กไว้ใกล้ตัว

บทเพลงกล่อมเด็กจึงเป็นบทเพลงที่แสดงอารมณ์ ความรักความผูกพันระหว่างแม่-ลูก ซึ่งแต่ละบทมักแสดงถึงความรักความอาทร ทะนุถนอม ที่แม่มีต่อลูกอย่างซาบ

นกเขาขัน

นกเขาเอย ขันแต่เช้าไปจนเย็น ขันไปให้ดังแม่จะฟังเสียงเล่น เนื้อเย็นเจ้าคนเดียวเอย

กาเหว่า

กาเหว่าเอย ไข่ให้แม่กาฟัก แม่กาหลงรัก คิดว่าลูกในอุทร

คาบข้าวมาเผื่อ คาบเหยื่อมาป้อน ปีกหางเจ้ายังอ่อน สอนร่อนสอนบิน

แม่กาพาไปกิน ที่ปากน้ำแม่คงคา ตีนเหยียบสาหร่าย ปากก็ไซ้หาปลา

กินกุ้งกินกั้ง กินหอยกระพังแมงดา กินแล้วบินมา จับต้นหว้าโพธิทอง

นายพรานเห็นเข้า เยี่ยมเยี่ยมมองมอง ยกปืนขึ้นส่อง หมายจ้องแม่กาดำ

ตัวหนึ่งว่าจะต้ม ตัวหนึ่งว่าจะยำ แม่กาตาดำ แสนระกำใจเอย
วัดโบสถ์

วัดเอ๋ยวัดโบสถ์ มีต้นข้าวโพดสาลี

ลูกเขยตกยาก แม่ยายก็พรากเอาตัวหนี

ข้าวโพดสาลี ต่อแต่นี้จะโรยรา

นอนไปเถิด

นอนไปเถิดแม่จะกล่อม นวลละม่อมแม่จะไกว

ทองคำแม่อย่าร่ำไห้ สายสุดใจเจ้าแม่เอย

เจ้าเนื้อละมุน

เจ้าเนื้อละมุนเอย เจ้าเนื้ออุ่นเหมือนสำลี

แม่มิให้ผู้ใดต้อง เนื้อเจ้าจะหมองศรี

ทองดีเจ้าคนเดียวเอย

เจ้าเนื้ออ่อน

เจ้าเนื้ออ่อนเอย อ้อนแม่จะกินนม

แม่จะอุ้มเจ้าออกชม กินนมแล้วนอนเปลเอย

กลอนวันแม่

สิงหาคม 10, 2008 at 2:33 pm | In กลอนวันแม่ | Leave a Comment
Tags:

กลอนวันแม่

สตรีใด…….ไหนเล่า………..เท่าเธอนี้
เป็นผู้ที่ …………..ลูกทุกคน………บ่นรู้จัก
เป็นผู้ที่ ……………มีพระคุณ………การุณนัก
เป็นผู้ที่ …………..สร้างความรัก…..สอนความดี
เป็นผู้ที่……………คอยสั่งสอน…….เอาใจใส่
คอยห่วงใย….……เราทุกคน………จนวันนี้
เปรียบแสงทอง……สว่างล้ำ……….นำชีวี
เธอคนนี้…………..คือ ” แม่ ”……..ของเราเอง

………วันเกิดเราเป็นดั่งวันสิ้นลมแม่
….เจ็บปวดแท้ดั่งน้ำตาพาจะไหล
….สองมือออบโอบอุ้มแกว่งเปล
….น้ำนมเลี้ยงอุ้มชูให้เติบใหญ่มา
…แม่เปรียบดั่งยารักษายามป่วยไข้
….แม่เปรียบดั่งต้นไม้ใหญ่ร่มใบหนา
….แม่เปรียบดั่งดวงตะวันส่องแสงมา
…แม่เปรียบดั่งผ้าห่มหนาอบอุ่นกาย
…เปรียบดั่งพระในบ้านชี้แนะลูก
….สถิตย์ถูกอยู่กลางใจไม่ไปไหน
….กตัญญูตอนนี้ยังไม่สายไป
….ก่อนแม่ไซร้หลับตาไปไม่ลืมเอย

หากกล่าวถึง คำนี้ คำว่าแม่
บังเกิดแก่ สายตาชน คนทั้งผอง
ก็นิ่งคิด นิ่งเงียบ นิ่งยืนมอง
ไม่มีสอง นึกถึงคุณ พระคุณมารดา

มือน้อยน้อยแม่คอยอุ้มชู……… แม่เฝ้ามองดูไม่ห่างไปไหน
แม่เฝ้าปลอบขวัญยามลูกหลับไหล …….. ไม่ยอมห่างไกลไปจากสายตา
มือน้อยน้อยของแม่ล้ำค่า ……….. อุ้มชูลูกมาจากเล็กเด็กแดง
ยามลูกเติบใหญ่ด้วยน้ำพักน้ำแรง ด้วยใจที่แกร่งของแม่ถักทอ

กลั่นเม็ดเลือดเม็ดน้อยนับร้อยหยด
จนปรากฎเป็นหยดนมรสกลมกล่อม
เพื่อหล่อเลี้ยงทารกน้อยค่อยอดออม
เฝ้าถนอมฟูมฟักรักเมตตา
วันเปลี่ยนวันเดือนเปลี่ยนเดือนหมุนเคลื่อนคล้อย
จากเด็กน้อยเริ่มมีแรงเริ่มแข็งกล้า
ค่อยสอนเดินสอนทำสอนคำจา
สอนปัญญาสอนวิชาสารพัน
ทารกน้อยวันนี้เห็นเป็นผู้ใหญ่
แม่ภูมิใจในผลงานการสร้างสรรค์
ความเหน็ดเหนื่อยกายใจหายไปพลัน
เมื่อถึงวันลูกได้รับปริญญา
วันนี้ลูกของแม่สุขถ้วนทั่ว
มีครอบครัวอยู่เย็นเป็นฝั่งฝา
แม่คนนี้ย่างเข้าสู่วัยชรา
รอเวลาสู่กองฟอนตอนสิ้นใจ
วันเอยวันแม่
สองตาแลหม่นหมองอยากร้องไห้
บ้านแม่อยู่วันนี้ไม่มีใคร
มีแต่ไก่กับหมาที่สีมอซอ
อยากฝากดาวถามฟ้าหาลูกรัก
ใครรู้จักบอกให้ได้ไหมหนอ
แม่ชราผู้อยู่หลังยังเฝ้ารอ
บอกอยากขอเห็นหน้าอีกคราเอย

ประวัติความเป็นมา

สิงหาคม 10, 2008 at 2:32 pm | In ประวัติวันแม่ | Leave a Comment
Tags:

ประวัติความเป็นมา

ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้ว ให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน ซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย เห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ.2519 คณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่า ควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม ่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรัก อันบริสุทธิ์ของแม่ ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย…

นักภาษาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า คำว่า “แม่” ของทุก ๆ ภาษา มาจากการออกเสียงของเด็ก โดยคำขึ้นต้นด้วยพยัญชนะริมฝีปากคู่ (Bilabial) ได้แก่ ม , พ , ป ,บ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นพยัญชนะชุดแรก ที่เด็กสามารถทำเสียงได้ โดยการใช้ริมฝีปากบนและล่าง ดังเช่น

ภาษาไทย แม่

ภาษาจีน ม๊ะ หรือ ม่า

ภาษาฝรั่งเศส la mere (ลา แมร์)

ภาษาอังกฤษ mom , mam

ภาษาโซ่ ม๋เปะ

ภาษามุสลิม มะ

ภาษาไทใต้คง เม

เป็นต้น

หน้าก่อนหน้าหน้าต่อไป

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.